ที่นี่และที่นั่น

เปิดบทเรียน “พรรคทหาร” ... สูตร (ไม่) สำเร็จ “สืบทอดอำนาจ” ?

ความเคลื่อนไหวของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ”  แกนนำ กปปส. ที่โผล่เสนอให้แก้ไข พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ที่เพิ่งประกาศใช้ได้ไม่กี่วัน สอดคล้องแอ็คชั่นของ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” อดีต สปช. ที่ตั้งเป้าผลักดันให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองฉบับเดียวกัน ในประเด็นเรื่องสมาชิกพรรคและไพรมารี่โหวต  รวมไปถึง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” หัวหน้ากลุ่มมัฌชิมา อดีตแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่มีความใกล้ชิด “นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี รัฐบาล คสช. ที่เสนองดเว้นการใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เพื่อเปิดทางให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค

ถูกจับจ้องจากสังคมในวงกว้าง

โดยเฉพาะเมื่อความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ สอดรับอย่างพิลึกกับข้อมูลที่สื่อหลายสำนักนำเสนอ ถึงการขยับขับเคลื่อนเตรียมการก่อตั้งพรรคการเมืองของบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับ คสช.

โดยมีชื่อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี รัฐบาล คสช. ที่ว่ากันว่า อาจขึ้นคุมบังเหียน “หัวหน้าพรรค”

และปรากฏชื่อ  “สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์”  อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และอดีตปลัดกระทรวงการคลัง จะเป็น “เลขาธิการพรรค”

ภายใต้การบงการของ “กำนันคนดัง” ในภาคใต้ ที่เป็น “อีแอบ” สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง  

โดยเป้าหมายสำคัญ คือ สนับสนุน “แกนนำ คสช.” ให้ได้ครองเก้าอี้ “นายกฯ” อีกครั้งหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่อาจจะเกิดขึ้น

 

แม้ล่าสุด หลายคนที่มีชื่อปรากฏ ในกระแสข่าว จะออกมาปฏิเสธแนวคิดการตั้งพรรคการเมือง

แต่ข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงขั้น “ชื่อพรรค” ว่าอาจจะมีการหยิบยก วาทกรรมสำคัญของรัฐบาล คสช.  “ประชารัฐ” มาใช้เป็นชื่อพรรค

 

ส่งผลให้ทั้งสังคมและสื่อมวลชน จับตาความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะ  “3 ส.” คนดัง

“สุเทพ เทือกสุบรรณ”  ลุงกำนันของชาวนกหวีด

“สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”  รองนายกฯ รัฐบาล คสช.

และ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” อดีตแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ใกล้ชิด “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”

ว่า ทั้งหมด จะมีส่วนเชื่อมโยงกับการก่อตั้ง “พรรคการเมือง”  ที่มีความใกล้ชิดกับ “คณะรัฐประหาร คสช.” เป็น พิเศษหรือไม่ ?

 

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ในอดีต มีความพยายามจัดตั้ง “พรรคทหาร” ขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ คณะรัฐประหาร หลายยุคหลายสมัย

ซึ่งแต่ละยุค และ แต่ละพรรค ล้วนมีความน่าสนใจ

โดยเฉพาะ “บทสรุป” และ “ตอนจบ” ของ “พรรคทหาร” แต่ละพรรค แต่ละยุค ล้วนน่าสนใจศึกษาทั้งสิ้น  

 

โดย “พรรคเสรีมนังคศิลา” ซึ่งก่อตั้งเมื่อ 29 กันยายน 2498 มี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นหัวหน้าพรรค  ส่วนเลขาธิการพรรคคือ พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ และมี จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ พลตรีประภาส จารุเสถียร เป็น รองหัวหน้าพรรค ซึ่งถือเป็นต้นแบบ “พรรคทหาร” พรรคแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และเรียกได้ว่าเป็น “พรรคทหาร” ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดจนถึงปัจจุบัน แม้จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง  26 กุมภาพันธ์ 2500 ซึ่งก็ต้องถูกครหาว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์

ซึ่งผลการเลือกตั้งเป็นสาเหตุทำให้เกิดความขัดแย้งบานปลายในหมู่ประชาชน และจบลงด้วยการรัฐประหารอีกครั้ง ในวันที่ 16 กันยายน 2500 และเป็นจุดจบของพรรคเสรีมนังคศิลา ซึ่งถูกยุบรวมเข้ากับพรรคชาติสังคม และไม่นานหลังจากนั้นก็ต้องยุติบทบาททางการเมือง

 

“พรรคสหประชาไทย” ก่อตั้งขึ้นหลังรัฐประหาร 2501 โดย “จอมพล ถนอม กิตติขจร” เป็นหัวหน้าพรรค , จอมพล ประภาส จารุเสถียร พล.ต.อ. ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดีกรมตำรวจ และนายพจน์ สารสิน เป็นรองหัวหน้าพรรค และมี พล.อ.อ. ทวี จุลละทรัพย์ เป็นเลขาธิการพรรค โดยชนะการเลือกตั้ง  10 กุมภาพันธ์ 2512 และจอมพล ถนอม เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยปัญหาความขัดแย้งภายในของรัฐบาล กระทั่งจอมพล ถนอม ต้องทำรัฐประหารตัวเองในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514  พรรคสหประชาไทยจึงต้องยุติบทบาททางการเมือง และเป็นเหตุต่อเนื่องไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

 

“พรรคสามัคคีธรรม” ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2535 หลังเหตุการณ์ รัฐประหาร 2534 โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ซึ่งมี “นายณรงค์ วงศ์วรรณ” นักการเมืองซึ่งใกล้ชิดกับแกนนำ รสช. เป็นหัวหน้าพรรค โดยได้รับชัยชนะ ในการเลือกตั้ง มีนาคม 2535 พร้อมกับการเปิดทางให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผู้นำ รสช. ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี  พร้อมกับวลี “เสียสัตย์เพื่อชาติ” ซึ่งนำไปสู่การชุมนุมขับไล่ “รัฐบาล รสช.” และเกิดเหตุการณ์  “พฤษภาทมิฬ 2535” ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก  

หลังเหตุการณ์ “พฤภาทมิฬ 2535” พล.อ.สุจินดา ต้องลาออกจากตำแหน่งและตัดขาดจากการเมืองไปพร้อมกับ “พรรคสามัคคีธรรม” ที่ไร้บทบาททางการเมืองและต้องยุติไปในที่สุด

 

“พรรคเพื่อแผ่นดิน” ก่อตั้งขึ้นเมื่อ   2 ตุลาคม 2550 หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยมีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นหัวหน้าพรรค โดยมีอดีต ส.ส.กลุ่มหนึ่งร่วมให้การสนับสนุน อาทิ นายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และ นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ รวมทั้งกลุ่มบ้านริมน้ำของสุชาติ ตันเจริญ ซึ่งพรรคเพื่อแผ่นดินถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจาก คณะรัฐประหาร คมช. ในการลงเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 แต่สุดท้ายผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และบทบาททางการเมืองก็ลดลงไปตามลำดับ กระทั่งประกาศรวมตัวกับพรรคชาติพัฒนา และตั้งชื่อพรรคขึ้นใหม่ว่า  “พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” ในปี  2554

โดยในปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าสังคมแทบจะลืมไปแล้วว่า ยังมีพรรคการเมืองนี้อยู่