ที่นี่และที่นั่น

หมดยุค “กินหลากหลาย”!! ยางพารา “ราคาวิกฤติ” หนัก ข้อมูล เศรษฐกิจเกษตร – การยางฯ ประจาน ชัด ดิ่ง-ตก-ฮวบ

หมดยุค “กินหลากหลาย”!! ยางพารา เข้าขั้น “ราคาวิกฤติ”  ข้อมูลสำนักเศรษฐกิจเกษตร – การยางฯ ประจานชัด ตกต่ำอย่างหนักต่อเนื่อง จนชาวสวนยางเดือดร้อนหนัก และออกมาส่งเสียงข่มขู่ จะ…จะ เคลื่อนไหว

 

ราคายางพารา กลับมาตกต่ำอย่างหนักอีกครั้ง ในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด สร้างความเดือดร้อน ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างมาก

โดยล่าสุด ราคายางพารา อาทิ ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ขณะนี้ ราคาน้ำยางปัจจุบันตกต่ำสุดขีด หรืออยู่ใกล้แตะ 3 กิโลกรัม 100 บาท โดยราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 41 บาท ยางรมควันอยู่ที่ 51 บาท และขี้ยางอยู่ที่ 18 บาท

ซึ่งถ้าสถานการณ์ ราคายางพารา เป็นอย่างนี้ต่อไป ก็มีเสียงสะท้อนจากชาวสวนยางออกมาว่า ชาวสวนยาง อาจจะอยู่นิ่งต่อไปไม่ได้ เพราะราคาตกต่ำจนสู้ไม่ไหว

ซ้ำร้าย ราคายางพารา ที่ว่าถูกลงแล้ว ยังขายไม่ได้อีกด้วย

และอาจมีความเคลื่อนไหว เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล คสช.เร่แก้ไขปัญหา

 

แต่กระนั้น การออกมา “ข่มขู่” ของ ชาวสวนยาง ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นครั้งแรก เพราะตลอดเวลา 3 ปีกว่าที่ รัฐบาล คสช.เข้ามาครองอำนาจ ราคายางพาราก็อยู่ในภาวะตกต่ำมาโดยตลอด แล้วก็มีเสียงขู่ฮึ่มๆ ของชาวสวนยาง ลักษณะนี้บ่อยครั้ง

แต่ก็ไม่พบว่า มีครั้งใดเลยที่ ชาวสวนยาง จะมีการระดมพลออกมาเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง เพื่อเรียกร้องการแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำ ที่ตัวเองได้รับความเดือดร้อน

 

จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด เกี่ยวกับสถานการณ์ราคายางพารา พบว่า เว็บไซต์สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  www.oae.go.th/oaenew/OAE  เผยแพร่ข้อมูล บ่งชี้สถานการณ์ด้านราคาของยางพารา โดยระบุว่าอยู่ในระดับ “วิกฤติ” ซึ่งเมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบเนื้อหาเพิ่มเติมระบุว่า “ยางแผ่นดิน ชั้น 3  ราคาที่เกษตรกรขายได้ 44.06 บาท / กิโลกรัม” พร้อมระบุอีกว่า สถานการณ์ราคา ราคายางแผ่นดิบชั้น 3 ที่เกษตรกรขายได้ ในสัปดาห์ที่ 4 เดือนตุลาคม 2560 (วันที่ 23 – 29 ตุลาคม 2560) อยู่ที่กิโลกรัมละ 44.06 บาท ราคาลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 46.55 บาท คิดเป็นร้อยละ 5.35 ในเดือนตุลาคม คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวน 507,270 ตัน

 

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมจากข้อมูลของ “การยางแห่งประเทศไทย” ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก สำนักตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  พบข้อมูลน่าสนใจคือ ราคายางพาราทุกประเภท ทั้ง  ยางแผ่นดิบ , น้ำยางสด (ณ โรงงาน) , ยางแผ่นดิบ , ยางแผ่นรมควันชั้น 3  ,น้ำยางสด           เริ่มตกต่ำมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2560 โดยไม่มีวี่แววจะกระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด และมาเข้าสู่สถานการณ์ราคาตกอย่างหนักในช่วงกลางเดือนตุลาคม เป็นต้นมา ซึ่งไม่แปลกที่ขณะนี้ชาวสวนยางพาราจึงเดือดร้อนอย่างหนัก และพยายามออกมาข่มขู่ว่าจะเคลื่อนไหว แต่ก็ยังไร้วี่แววว่าจะมีหนทางใดที่จะทำให้ราคายางพารากระเตื้องขึ้นมาได้

 

ข้อมูลเพิ่มเติม :

http://www.oae.go.th/more_news.php?cid=250&filename=index

http://www.rubber.co.th/rubber2012/menu5.php